When ACG Meets AI


เมื่อทุกอย่างสร้างได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ยากขึ้น คือการรู้คุณค่าของตัวเรา

หาก WFH เคยเข้ามาดิสรัปต์ระบบการทำงานทั่วโลกให้เปลี่ยนไป การที่โลกเอเจนซี่ (และลูกค้า) ได้รู้จักกับ AI ก็กำลังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการสร้างสรรค์ไม่ต่างกัน

สำหรับชาว ACG ที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเครื่องมือ AI มาตลอดหลายปี เราได้ค้นพบว่าในที่สุดแล้ว เครื่องมือที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่คิดแทนเรา แต่ควรช่วยให้ ‘สิ่งที่ใช่’ เป็นไปได้ไกลกว่าเดิม

จากเดิมที่กระบวนการทำงานหนึ่งชิ้นเริ่มจากเสนอ Mood Board ขายไอเดีย แล้วค่อยถ่ายคนจริง หรือโยนภาระให้พี่กราฟิกกดปุ่ม ‘Next’ บนเว็บสต๊อกภาพหลายสิบครั้งเพื่อหนึ่งภาพที่ใช่

สู่วันที่ AI เข้ามาเปลี่ยนระบบการทำงาน เปลี่ยนบทจากการตามหาภาพต้นฉบับ เป็นการหาภาพที่ใกล้เคียงกับไอเดียในหัว แล้วแยกดูว่าภาพนั้นต้องแต่งเติมอะไร ทั้งท่าทาง มุมกล้อง เสื้อ แสง ก่อนให้ AI เจนสิ่งที่ต้องการขึ้นมาทีละองค์ประกอบแล้วนำแต่ละส่วนกลับมาประกอบกันใหม่

เราไม่ได้กดเจนภาพหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้ “ภาพสำเร็จ” แต่ใช้ AI สร้าง Source ที่ใกล้กับสิ่งที่เราคิด แล้วค่อยกลับมาออกแบบ ตัดต่อ และเก็บรายละเอียดด้วยวิธีของเรา AI จึงไม่ได้เข้ามาแทนขั้นตอนการออกแบบ แต่เป็นอีกเครื่องมือที่ทำให้คนออกแบบมีของเล่นให้เลือกมากขึ้น พร้อมกับช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพของไอเดียได้กว้างขึ้น ได้ลองอะไรใหม่ ๆ ไปกับเรา

แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการ Adapt Size ที่เมื่อก่อนอาจต้องหา Source อื่นมาต่อเติมแล้วรีทัชใหม่ วันนี้หลายขั้นตอนก็สามารถไปถึงไฟนอลได้เร็วขึ้น เพราะเราสร้างสิ่งที่ขาดให้พอดีกับภาพได้เลย

แต่ข้อดีเรื่องความเร็วนี้ ก็พาอีกแง่มุมมาด้วย โดยเฉพาะกับชาวกราฟิกเชิงพาณิชย์อย่างเรา

เมื่อเทคโนโลยีเร่งสายพานการทำงานให้เร็วขึ้น สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าให้คนทำงานกลายเป็นเพียงเครื่องผลิตไฟล์ที่ต้องเร็วขึ้นตามเครื่องมือ เพราะ Commercial Art ยังอยู่ในโลกของการค้า การแข่งขัน งบประมาณ และเดดไลน์ เมื่อมีเครื่องมือที่ทำให้สิ่งหนึ่งสำเร็จง่ายขึ้น เป็นธรรมดาที่มาตรฐานของคำว่า ‘เร็ว’ ย่อมถูกขยับตาม

ที่ ACG เราเลยไม่ได้เรียนรู้แค่ว่า “ต้องใช้ AI ให้เป็น” แต่ต้องรู้ด้วยว่าตอนไหนควรใช้มัน และตอนไหนที่เราต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง เพราะ AI ทดแทนเวลาได้ แต่ไม่สามารถแทนสายตาของคนทำงานได้ว่าโปรดักต์นี้ควรถูกเล่าด้วยภาพแบบไหน

บางครั้ง AI ให้ภาพที่สวย แต่เราคือคนบอกว่าความสวยแบบไหนมีเหตุผลพอจะอยู่ในผลงาน

บางครั้ง AI ช่วยให้ลองอะไรได้ง่ายขึ้น แต่คนอย่างเรายังต้องรู้ว่าจังหวะไหนควรลองอะไร

เมื่อทุกคนต่างเจนภาพได้ หน้าที่ของเราจึงไม่ได้อยู่ที่ “สร้างได้” แต่อยู่ที่ “ควรสร้างอะไร?” 

ทั้งหมดนี้ ยังไม่มีสิ่งใดทดแทนความเป็นไปได้อันไม่รู้จบของการเป็นมนุษย์ที่ยังคงมีหัวใจ

ขอส่งข้อความนี้เป็นสารรักระหว่างคนกับ AI ที่เรายังต้องสู้กันต่อ บนโลกที่อินเทอร์เน็ตสร้างแทบทุกความเป็นไปได้ จน Budget และระยะเวลาการทำงานถูกย่อให้เล็กลงเรื่อย ๆ สิ่งหนึ่งที่เราไม่อยากให้หดเล็กลงตาม คือความรักและความตั้งใจของทุกคนที่อยู่หลังผลงาน